เริ่มจากเตรียมหาข้อมูลก่อนเลย ในที่นี้จะขอพูดถึงแต่ Visa ท่องเที่ยวนะคะ
แรกเริ่มก็ค้นจากในอินเตอร์เน็ท โดยเข้าไปอ่านใน official website
http://www.vfs-uk-th.com/thai/index.aspx
จะพบว่าขั้นตอนจะคล้ายๆ การขอวีซ่าสหรัฐอเมริกา คือ กรอกข้อมูลทางอินเตอร์เน็ท แล้วนัดวันไปยื่นเอกสาร
โดยไม่ได้กล่าวถึงการเข้ายื่นเอกสารโดยเข้าไปแบบไม่ได้นัดวันไว้เลย ก็เลยทำตามขั้นตอนในเวปนั่นแหละ
โดยเข้าไปกรอกข้อมูลที่ http://www.visa4uk.fco.gov.uk/
ตรง
เอกสารที่ต้องกรอกก็ละเอียดสุดๆ ถามนั่นนู่นนี่
ราวกับสำรวจสำมะโนประชากร รวมไปถึงเงินในกระเป๋า
เสร็จแล้วก็ไปนัดวันเข้ายื่นเอกสาร อ่านๆดูบอกว่าสามารถนัดเป็นกลุ่มได้
แต่ตอนนัดมันยอมให้กรอกจำนวนคนเข้าสัมภาษณ์ได้แต่เลข 1
หมายความว่านัดได้ทีละหนึ่งคน (แล้วจะบอกทำไมว่านัดได้ -_-' )
แถมทำการนัดตั้งแต่ 11-07-09 กว่าจะได้วันก็ปาเข้าไป 25-07-09
ทำให้เป็นกังวลว่าจะได้ไปกันมั๊ยเนี่ย จะทันมั๊ย
เลยไปเลียบเคียงถามเพื่อนที่ทำบริษัททัวร์ได้รับคำแนะนำว่า
ให้เข้าไปได้เลยค่ะ เขาจะกันคิวไว้ให้พวก walk in ในแต่ละวันอยู่แล้ว
(แล้วจะต้องนัดวันใน internet ทำไม แถมยื่นเป็นกลุ่มได้ด้วย)
พวกเรา 4 คน ก็เลยตกลงนัดวันไปพร้อมกัน อาคารรีเจ้นท์เฮาส์ ชั้น 2
จริงๆ ที่นี่เป็นแค่ศูนย์รับคำร้องขอวีซ่าเพื่อการเดินทางเข้าสหราชอาณาจักรตั้ง ไม่ใช่สถานทูตค่ะ
ไปรับบัตรคิวตอน 8 โมงกว่า ได้เป็นคิวที่ 19
หนึ่งคิวยื่นได้ไม่เกิน 5 คน สามารถใช้เอกสารบางอย่างร่วมกันได้
เช่น Itinerary, จดหมายเชิญ, เอกสารการจองโรงแรม เป็นต้น
เพราะเป็นแค่การยื่นเอกสาร เขาจะยึดไว้ทั้งหมด รวมทั้ง statement ที่คุณนำไปแสดง ไม่เว้นแม้แต่ Book bank
ตัวเองนำไปทั้งแบบฟอร์มที่กรอกด้วยลายมือ และ ที่ปริ้นท์จากที่กรอกในอินเตอร์เน็ท
เจ้าหน้าที่บอกว่าขอแบบลายมือ เพราะตัวใหญ่อ่านง่ายกว่า (ขำที่ 1)
เมื่อยื่นเสร็จแล้ว ก็ต้องไปแสกนลายนิ้วมือต่อ โดยรับบัตรคิวจากยามหน้าห้อง (เขาเก็บไว้ในกระเป๋ากางเกงค่ะ)
เป็นอันเสร็จสิ้นพิธีการ กินเวลาราวชั่วโมงกว่าค่ะ
สรุปขั้นตอน
1 กรอกข้อมูลในอินเตอร์เน็ท แล้ว นัดวันส่งเอกสารทางอินเตอร์เน็ท
2 เตรียมเอกสารให้พร้อม
3 ไปตามวันนัด
หรือ
1 ดาวน์โลดแบบฟอร์มมากรอกให้เรียบร้อย
2 เตรียมเอกสารให้พร้อม
3 ลุยไปสถานทูตแต่เช้า ซักแปดโมง ไงๆ ก็ได้ยื่นเอกสารแน่ๆ
แล้วก็
4 รอการพิจารณา 2-4 สัปดาห์ อาจมีการเรียกสัมภาษณ์บางกรณี (ไม่ได้เรียกสัมภาษณ์ทุกคนนะคะ)
5 รับพาสปอร์ต โดย รับด้วยตนเอง (ให้ผู้อื่นรับแทนได้ โดยมีใบมอบฉันทะ) หรือ ส่งมาทางไปรษณีย์ถึงบ้านเลย (ค่าใช้จ่าย 180 บาท)
เอกสารที่ต้องเตรียม
คำขอแต่ละฉบับจะต้องประกอบไปด้วยเอกสารดังต่อไปนี้:
1.แบบคำร้องขอวีซ่าที่กรอกข้อความเรียบร้อยแล้ว VAF1A (ท่องเที่ยว),
อื่นๆ เช่น เยี่ยมญาติ หรือธุระกิจ แบบฟอร์มก็จะแตกต่างออกไป
หรือปริ้นท์จากที่กรอกข้อมูลทาง internet
2. ค่าธรรมเนียมวีซ่าที่ถูกต้อง (แต่ละชนิดจะไม่เท่ากัน)
กรณีท่องเที่ยว แบบไม่เกิน 6 เดือน (ถ้าขอนานกว่านี้ ค่าคำขอก็แพงขึ้นไปอีก)
โดยต้องเป็นซื้อแคชเชียร์เช็คหรือดร๊าฟ 3886 บาท (ค่าธรรมเนียมการซื้อ 20 บาท, มีบางธนาคารที่ยกเว้นค่าธรรมเนียม)
3. หนังสือเดินทาง ที่ยังมีอายุมากกว่า 6 เดือน
4. สำเนาหน้าข้อมูลของหนังสือเดินทาง
(หน้าหนังสือเดินทางที่มีรูปถ่าย/การต่ออายุ/การประทับตรา (ถ้ามี))
5. หนังสือเดินทางฉบับเดิม (ถ้ามี)
6. ภาพถ่าย ขนาด 45x35 มิลลิเมตร 2ใบ
7. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
8. เอกสารประกอบต่างๆ (ถ้ามี)
- รับรองจากสถานที่ๆ ทำงาน หรือศึกษาอยู่
- เอกสารแสดงถึงความสามารถทางการเงินที่นำไปใช้ในระหว่างท่องเที่ยว เช่น สมุดธนาคาร
- เอกสารการจองโรงแรม หรือ การจองใดๆ ที่เกี่ยวข้อง
- จดหมายเชิญจากเพื่อนหรือญาติ
ตอนขอให้บอกเขาว่าเรามีแผนจะเดินทางไปประเทศอื่น ต้องใช้พาสปอร์ตนะ ช่วยเร่งหน่อย
(เป็นทริกที่เพื่อนเอเจนซี่ท่องเที่ยวบอกมาค่ะ) ก็ไม่รู้ว่าจะได้ผลรึเปล่า
เอาล่ะ...ทีนี้ก็ต้องมาลุ้นกันละ ว่าจะผ่านหรือเปล่า ถ้าไม่ผ่านก็เป็นอันเสียค่าต้๋วเครื่องบินกับค่าโรงแรมฟรีๆ แถม x2 เพราะไปกับแม่อีกต่างหาก
เพื่อนเคยเล่าว่าขอวีซ่าไปแถบยุโรป มันถามว่ายูจะไปขายแรงงานเก็บสตอร์เบอรรี่รึเปล่า
ขนาดเป็นเจ้าของบริษัทนะเนี่ย บรือย์...คิดได้ไงฟะ
นั่งลุ้นระทึกกันต่อไป

28/5/09
เพื่อนโทรมาบอกแต่เช้าว่าได้รับพาสปอร์ตคืนแล้ว โอเค...เรียบร้อย
แล้วเราล่ะ...
โทรกลับไปที่บ้าน...ยังไม่ได้รับเลย
ตกเย็น...มีแมสเซ็นเจอร์โทรมาถามทางไปที่บ้าน
ใจเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ
ไปถึงบ้านรีบเปิดดูทันที...
เย้...ได้วีซ่าแล้ว เป็นอันว่าผ่าน
โอย...โล่ง ลุ้นว่าจะต้องเสียค่าเครื่องกับที่พักฟรีๆ รึเปล่าเนี่ยตรู
เดือนหน้า...ได้ไปตะลุยเกาะอังกฤษกันแล้ว ฮูเร้
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น